2007/Sep/19

คำบรรยายวิชา PS 712 การมีส่วนร่วมของมหาชนในการเมืองไทย

Public Participation in Thai Politics

ดร.สุชาติ ศรียารัณย วันที่ 1 กันยายน พ.. 2550 (ภาคบ่าย)

คำถามที่ควรทำความเข้าใจและตอบให้ได้คือ เนื้อหาสาระเกี่ยวกับการเมืองภาคพลเมืองจากการอธิบายภาครัฐและภาคประชาสังคม และศึกษาแนวคิดประชาสังคมที่ชัดเจน

สิ่งที่อาจารย์เพิ่มเติมแนวคิดสำคัญของการเมืองภาคพลเมืองคือ สิทธิการปกครองตนเอง ประเทศไทยยังไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจนเกี่ยวกับเขตปกครองพิเศษเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเป็นห่วงเรื่องความเป็นหนึ่งเดียวในราชอาณาจักร

ในเยอรมัน การปกครองท้องถิ่นเป็นเรื่องสำคัญมาก สหพันธรัฐเยอรมันประกอบด้วย 16 แคว้น (จังหวัด) ท้องถิ่นจะปกครองตนเอง มีเทศบาล มีรัฐบาล มีกระทรวงมหาดไทย และมีนายกรัฐมนตรีเป็นของตนเอง โดยมีนายกรัฐมนตรีกลางของประเทศอีก 1 คน การกระจายอำนาจจะแบ่งบทบาทหน้าที่กันอย่างชัดเจน ซึ่งจะช่วยลดภารกิจให้รัฐลงไปได้มาก ประเทศไทยก็ต้องพูดกันให้ชัดเจนในการยอมรับความหลากหลายแต่ไม่แตกแยก เพราะเป็นกระแสโลกอยู่ในปัจจุบัน เช่น ฮ่องกงเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่ขึ้นอยู่กับอธิปไตยของจีน ซึ่งเป็นการดำเนินนโยบายที่สนองตอบต่อคนท้องถิ่น

อาจารย์เอนก ในงานเขียนจะเน้นให้เห็นว่า ความเป็นรัฐ ประชาสังคม และพลเมืองอยู่ที่ไหน รัฐโบราณเป็นอย่างไร รัฐศักดิ์สิทธิ์จะใช้อำนาจมาก พัฒนามาสู่รัฐประชาธิปไตยที่เปิดโอกาสให้คนมีสิทธิ์และเสรีภาพมากขึ้น ความเป็นพลเมืองอยู่ตรงไหน เช่น ประชาชนร่วมมือกันดูแลแม่น้ำแทนที่จะปล่อยให้เทศบาลดูแลฝ่ายเดียว

บทที่ 2 จะพูดถึงประชาสังคม ซึ่งเป็นคำที่อยู่ระหว่างรัฐและปัจเจกชน โดยปฏิเสธการครอบงำของรัฐและไม่เห็นด้วยกับความเห็นแก่ตัวของปัจเจกบุคคล อ.เอนกได้นิยามคำว่าประชาสังคมไว้ในเอกสารประกอบการบรรยายหน้า 21 ดังนี้

1.ไม่ชอบและไม่ยอมให้รัฐครอบงำหรือบงการ อาจจะไม่ขอรับความช่วยเหลือจากรัฐ คัดค้านรัฐ เช่น คัดค้านเรื่องเขื่อน คัดค้านโรงไฟฟ้า หรือคัดค้านแนวการพัฒนาบางอย่างที่ไปไม่ได้กับชุมชน หรือมีผลกระทบในทางลบ

2.ไม่ชอบปัจเจกนิยมสุดขั้ว ไม่ชอบความเห็นแก่ตัวของปัจเจกบุคคลบางคน เช่น ต่อต้านนายทุนที่เป็นเหตุให้น้ำเน่า รุกล้ำที่ดินทำกินของประชาชนหรือป่า และพูดถึงสังคมโดยรวมเป็นหลัก

อาจารย์อนุชาติ พวงสำลี ในบทที่ 2 จะขยายความลึกลงไปจากงานของอ.เอนก โดยลึกลงไปในภาคประชาสังคมของไทย (ดูตารางหน้า 54) อ.อนุชาติได้แบ่งส่วนในสังคมการเมืองออกเป็น 3 ส่วนได้แก่

1.ภาครัฐ หรือภาคราชการ ทำหน้าที่ปกครองจัดระเบียบสังคม มีกฎหมายและภาษีเป็นเครื่องมือ วิธีการดูแลบ้านเมืองคือการออกคำสั่ง จัดระเบียบ บังคับ ควบคุม

2.ภาคเอกชน คือนายทุน นักธุรกิจ แรงจูงใจในการทำงานคือสร้างผลกำไรและความมั่งคั่ง ซึ่งบางครั้งก็กระทบและเอารัดเอาเปรียบต่อสังคม เครื่องมือคือกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล การเป็นเจ้าของ และกำไรขาดทุน วิธีการคือการแข่งขันทางการค้าและการแลกเปลี่ยน

3.ภาคประชาสังคม รับผิดชอบต่อสังคมในฐานะพลเมือง ทำหน้าที่ตรวจสอบภาครัฐว่าใช้อำนาจเป็นธรรมหรือไม่ และตรวจสอบภาคเอกชนว่าเอารัดเอาเปรียบประชาชนหรือไม่ เครื่องมือที่ใช้คือความร่วมมือและรับผิดชอบต่อสาธารณะ ทำงานในลักษณะอาสาสมัครและปฏิบัติตามทางของสังคม เช่น ดูแลแม่น้ำร่วมกัน ดูแลเด็ก ดูแลคนติดเอดส์

การเชื่อมโยงกันเป็นประชาคมและความเป็นประชาสังคม (ประชาคมเป็นส่วนหนึ่งของประชาสังคม อาจเรียกว่าชุมชนก็ได้)

1.มีความหลากหลาย ไม่จำเป็นต้องมีเอกลักษณ์ของความเป็นหนึ่งเดียว

2.มีความเป็นชุมชน คือมีการรวมตัวกัน การแลกเปลี่ยน เอื้ออาทร เมตตา สามัคคีต่อกัน สัมพันธ์กันในแนวราบ ไม่มีใครเป็นหัวหน้าลูกน้อง

3.ทำงานบนจิตสำนึกสาธารณะ เอาผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ไม่ได้เอาความมั่งคั่งของคนใดคนหนึ่งเป็นที่ตั้ง

4.มีกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

5.มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์เป็นเครือข่าย เช่น ความร่วมมือของชุมชนลุ่มน้ำโขง

**ช่วงตั้งคำถาม**

เพชรบูรณ์

ถาม: บทความในเอกสารประกอบการเรียนเป็นนิทานหลอกเด็กหรือไม่ เพราะไทยเรามีการทำรัฐประหารและไม่เหมือนกับที่อาจารย์กล่าวมา

ตอบ: บ้านเมืองของไทยกำลังเปลี่ยนแปลง ทหารเข้ามาทำการรัฐประหารในปี 2549 ส่งผลทำให้ไทยเราถอยหลังชั่วคราว แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ล้มล้างกระแสการเรียนรู้ การเมืองภาคพลเมืองไม่ได้ผูกติดกับรัฐธรรมนูญ 2540 แต่เป็นกระแสของโลก ไทยเราอาจจะเริ่มต้นช้ากว่าประเทศที่มีอารยะแล้ว อาจารย์ยกตัวอย่างเยอรมันเพื่อชี้ให้ให้เห็นว่า ไทยเราได้เริ่มต้นบางอย่างเหมือนเขาแล้ว กฎหมายใหม่ก็กำลังออกมา

ทหารที่ออกมาทำรัฐประหารหรือข้าราชการใหม่ในรัฐธรรมนูญ 2550 ก็จะต้องเจอกระแสโลกเหล่านี้ หากยังจัดการไม่ได้ก็มีสิทธิ์เจอการเมืองบนถนน นักศึกษาในฐานะพลเมืองคนหนึ่งก็มีสิทธิ์ทำให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงได้ การเมืองไม่ใช่เรื่องการเลือกตั้งหรือเรื่องของชนชั้นนำ แต่การเมืองเป็นเรื่องของทุกคนในสังคม ทุกคนมีสิทธิ์แสดงออกและมีพื้นที่ในสังคม เช่น พระมีสิทธิ์ออกมาบอกว่าการบรรจุศาสนาพุทธในรัฐธรรมนูญดีอย่างไร

อาจารย์ยืนยันว่าวิชารัฐศาสตร์ที่เรียนอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่นิทาน แม้บ้านเมืองจะถอยหลัง แต่กระแสเหล่านี้ก็ไม่หมดไป

บุรีรัมย์

ถาม: การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นกระแสโลกในการกระจายอำนาจ พรรคการเมืองออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไทยเราเป็นรัฐเดี่ยวจึงไม่สามารถนำการปกครองนี้มาใช้ได้

ตอบ: อาจารย์มองว่าไม่เกี่ยวข้องกัน จีนเป็นประเทศใหญ่โต มีเขตการปกครองหลายลักษณะอยู่ด้วยกันคือ หนึ่งระบอบคอมมิวนิสต์และมีหลายระบบเศรษฐกิจ เช่น ชาวทิเบตออกมาเรียกร้องปกครองตนเอง จีนจึงประกาศให้ทิเบตเป็นเขตปกครองพิเศษ และไม่เข้าไปล้มล้างคติชนดั้งเดิมของชาวทิเบต ไม่ล้มล้างการกลับมาใหม่ของลามะ ปัจจุบันทิเบตและจีนก็ยังอยู่ด้วยกันได้ เพียงแต่ทิเบตไม่สามารถแยกตัวเองได้ ฮ่องกงมีเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมเต็มรูปแบบ ปักกิ่งและมณฑลอื่นที่ปกครองตามระบบเหมาก็ยังอยู่ร่วมกันได้ สิ่งใดที่ผ่อนคลายและกระจายได้ก็จะกระจายออกไป สิ่งใดที่ลดทอนภารกิจรัฐได้ก็ต้องลดไป

กรณีประเทศไทย ทางรัฐศาสตร์เห็นว่าการเลือกตั้งผู้ว่าราชการไม่กระทบกับเอกราชของชาติ อย่างเชียงใหม่ เมื่อเลือกผู้ว่าฯแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าจะแยกการปกครองออกเป็นอิสระและไม่ขึ้นกับรัฐบาลกลาง แต่เป็นเรื่องของความพร้อมของคนเชียงใหม่ว่าจะเลือกใครมาบริหารจังหวัด อย่างอาเจ๊ะสู้รบเพื่อปกครองตนอง เมื่อประสบความสำเร็จแต่กลับไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ประชาชนอดอยากจนต้องรอรับการช่วยเหลือจากต่างชาติ

อาจารย์คิดว่าเป็นเรื่องการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินของไทย การเลือกตั้งผู้ว่าฯอยู่กับความพร้อมของท้องถิ่นและทุกภาคส่วน แม้วันนี้ไทยเรายังไม่พร้อมและรับไม่ได้ แต่ในอนาคตอาจมีความพร้อมก็ได้ซึ่งจะต้องใช้เวลาพอสมควร การทัดทานนี้จะอยู่ได้ไม่นานเพราะสวนกระแสโลก

ถาม: นอมินี ใช้ในระดับไหน

ตอบ: Nominee แปลว่าการเสนอใครคนใดคนหนึ่งเป็นตัวแทนหรือเป็นผู้แทน นิยมใช้มานานในภาคธุรกิจ โดยบรรษัทใหญ่เป็นผู้ถือหุ้นและมีบริษัทลูกเป็นนอมินี เช่น ซีเมนต์เป็นบรรษัทข้ามชาติต้องการมาประมูลทำรถไฟฟ้าในไทย จึงตั้งบริษัทลูกเข้ามาก่อน เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างหนึ่งที่ไม่ก่อให้เกิดผลเสียอย่างใด กุหลาบแก้วก็ถือเป็นนอมินีของชินคอร์ปที่ซื้อหุ้นกลับไปกลับมาระหว่างชินคอร์ปจนไม่ต้องเสียภาษี

กรณีนอมินีทางการเมืองต้องดูว่าผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะเชื่อว่าผู้ที่อยากเล่นการเมืองก็ต้องประกาศลงมาเล่นเอง เราก็ต้องจับตาดูว่าใครเป็นนอมินีใคร ซึ่งคุณสมัครก็ประกาศชัดว่าเป็นนอมินีของคุณทักษิณแน่นอน ไทยรักไทยเปลี่ยนชื่อเป็นพลังประชาชน คนที่ยังนิยมอยู่ก็สามารถเลือกต่อไปได้

ชัยภูมิ

ถาม: กรณีนโยบายประชานิยมของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ข้อดีคือ แก้ปัญหาตรงจุด และตรงกับความต้องการของประชาชน เศรษฐกิจเจริญเติบโต ข้อเสียคือ การทุจริตคอรัปชั่น การแทรกแซงอำนาจรัฐ จนนำไปสู่การรัฐประหาร ในอนาคต หากกลุ่มอำนาจเก่าเข้ามาตั้งรัฐบาลและใช้นโยบายประชานิยมบริหารประเทศอีก จะทำให้ไทยตกอยู่ในวังวนของวงจรอุบาศก์หรือไม่ ไทยเราจะล่มสลายเหมือนอาร์เจนตินาหรือไม่ ตัวแปรสำคัญคืออะไร มีแนวทางป้องกันและแก้ปัญหาอย่างไร

ตอบ: ประชานิยมเป็นแนวคิดการบริหารนโยบาย โดยเอาความนิยมของประชาชนเป็นหลัก เช่น รักษาโรคฟรี ประชาชนได้ยินแล้วชอบใจ แต่การดำเนินงานลำบาก กรณีคุณทักษิณใช้นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค หมอพยาบาลจึงออกมาประท้วงเป็นจำนวนมาก เพราะทำงานหนัก เครื่องมือแพทย์และยาไม่พอ โรคบางอย่างไม่สามารถใช้แค่ 30 บาทได้ นโยบายที่ไม่มีการวิจัยค้นคว้าและดูความเป็นไปได้ ทำให้เกิดผลข้างเคียง เป็นภาระงบประมาณ เกิดความไม่ราบรื่นในการบริหารจัดการ ซึ่งนโยบายที่เอาเฉพาะคะแนนนิยมอย่างเดียว ไทยเราก็จะล่มสลายเหมือนอาร์เจนตินา เราจึงไม่อยากเห็นการเมืองมีนโยบายแบบนี้

คนเยอรมันเรียนฟรีตั้งแต่อนุบาลจนจบปริญญาเอก แต่ไม่ใช่จากนโยบายประชานิยม เป็นระบบสวัสดิการของประเทศที่รัฐบาลต้องสานต่ออย่างเป็นระบบ เช่น จะให้คนเข้าถึงโอกาสการศึกษาได้อย่างไร ใช้เม็ดเงินเท่าไหร่ มหาวิทยาลัยมีที่รองรับหรือไม่ นักการเมืองในประเทศล้าหลังอย่างอาร์เจนตินา เม็กซิโก ฟิลิปปินส์ และไทยต้องการเพียงคะแนนนิยมเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายที่ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสม เราอยากเห็นนโยบายที่โยงกับปัญหาของชาติที่แท้จริง เช่น สร้างกองทุนเข้ามาดูแลคนยากจนที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงการรักษา ในเยอรมัน กองทุนประกันสุขภาพจะทำงานทันทีที่มีคนไข้ คนเป็นไส้ติ่งสามารถผ่าตัดได้ทุกโรงพยาบาลทันที โดยไม่ต้องรอดูบัตรประกันสังคมก่อน

นักศึกษาจะต้องแยกแยกนโยบายที่จำเป็นยั่งยืน กับนโยบายที่หาเสียงชั่วครั้งชั่วคราวออก คนส่วนใหญ่จะต้องการนโยบายประชาสังคมที่เข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ และไม่ต้องพึ่งรัฐมาก

หนองบัวลำภู

ถาม: EU จะเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้งของไทย มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน มีข้อดีข้อเสียอย่างไร

ตอบ: รัฐประหารทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศถดถอยลงมาก ไทยเราพยายามกู้ภาพลักษณ์กลับคืนด้วยการประกาศรัฐธรรมนูญที่ไม่ช้าเกินกำหนด อาจารย์มองว่า หากต่างประเทศมาสังเกตการณ์ก็จะทำให้การเลือกตั้งของเราโปร่งใส (ภาพตัดไปเลยค่ะ)

Quiz

การเมืองภาคพลเมืองคืออะไร แตกต่างจากการเมืองของพรรคการเมืองและนักการเมืองอย่างไร นักศึกษาคิดว่าการเมืองภาคพลเมืองจะเป็นแนวทาง/ทางออกในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของไทยหรือไม่ อย่างไร จงอธิบายให้เหตุผล และวิเคราะห์อย่างชัดเจน

*************

Comment

Comment:

Tweet


อ.ไม่ควรเปรียบเรากับเยอรมันมากนักเพราะเราไม่รุกรานและแพ้ใคร
#1 by อุบล (180.183.54.159) At 2010-06-28 14:27,